วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555

ความสุขแบบเรียบง่าย


1. นึกไว้เสมอว่าการโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับตัว 3 ชั่วโมง
2. ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจก รับรองว่าเค้าต้องยิ้มตอบกลับมาทุกครั้งแน่
3. ลองปลูกต้นไม้เองซักต้น การเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้
4. หลับตานิ่งๆ ซัก 3 นาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากจัง
5. ระหว่างแปรงฟังถ้าฮัมเพลงด้วยไปจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้น 2 เท่า
6. เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลง จากที่รสชาติธรรมดาก้อจะอร่อยขึ้นเยอะเลย
7. ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหน ก็ต้องการให้หวีอย่างทะนุถนอมเหมือนกันหมด
8. การขึ้นบันไดสูงๆ แบบไม่ให้เมื่อย คือการไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันไดขั้นที่เท่าไหร่
9. คนตาบอดจะเห็นว่าคุณสวยมากๆทันทีที่เธอถามเค้าว่า "ช่วยพาข้ามถนนไหมค่ะ"
10.เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทาน ไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่จะหย่อนลงกระป๋องหรอก
11.ควรหัดพูดคำว่า "ไม่เป็นไร" ให้เคยปากมากกว่าการพูดคำว่า "จะเอายังไง"
12.ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาทีรับรองว่าจะไม่ค่อยไปสายเหมือนเมื่อก่อน
13.สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง เรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้จึงเล่าให้มันฟัง
14.อาหารที่ไม่ชอบกินตอนเด็ก ลองตักเข้าปากอีกที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด
15.เขียนชื่อคนที่เกลียดใส่กระดาษแล้วฉีกทิ้งความเกลียดจะเบาบางลงไปเรื่อย ๆ
16.ให้ปล่อยน้ำตาไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้งจะดูแทบไม่ออกว่าเพิ่งร้องไห้
17.ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆ จะทำให้เรายิ้มออกเสมอเมื่อไปหยิบมาเล่นอีกครั้ง
18.ก่อนจะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันทำให้ได้อย่างน้อย 3 ข้อก่อน
19.ถึงเสื้อกางเกงในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใส่สลับกันไปเรื่อยๆก้อจะดูเหมือนมีเยอะขึ้น
20.ซาลาเปา 1 ลูกกินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้ กินได้ 4 คนถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง
21.เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ ดีกว่าให้คนที่ได้เยอะจนจำชื่อคนให้ได้ไม่หมด
22.ในวันที่รู้สึกเศร้าๆเหงาๆเดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองสักดอกแล้วจะดีขึ้น
23.แอบรักใครซักคน ยังไงก็ดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นยังไง
24.ถึงจะไม่ออกไปไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นี่นา
25.ฝึกโรแมนติกง่ายๆ คนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน
26.ถ้าเธอเช็ดกระจกบานที่ขุ่นมัวที่สุดจนสดใสได้ ทำไมเธอจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้
27.พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบเล่ม อาจไม่สนุกแต่ก็มีประโยชน์แฝงอยู่
28.วันที่ตื่นเช้าๆให้บิดขี้เกียจนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ถ้าขี้เกียจออกกำลังกายนะ
29.แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่านมาก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว
30.ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน คุณจะเก็บเงินเพิ่มขึ้นได้อีกหลายบาท

...คนที่มีความสุข ไม่ได้หมายความว่า เค้ามีแต่สิ่งดีๆในชีวิตเต็มไปหมด
แต่มันอยู่ที่ว่า...เค้าทำความเข้าใจ...ยอมรับ...และพยายามทำสิ่งที่มี
อยู่ในชีวิตให้ดีที่สุดตะหากหละ...

ความรักมีอยู่ 6 ชนิดEros

เมื่อพูดถึงความรัก ทุกคนมักรู้สึกว่ารู้จักดีหรือเคยมีประสบการณ์มาบ้าง แต่ถ้าให้นิยามว่าความรักคืออะไร ส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนัก หลายคนอธิบายความหมายของความรักในรูปแบบต่าง ๆ กัน ซึ่งแต่ละความหมายอาจใช้อธิบายความรักได้ไม่เสมอไปทุกกรณี
ความรักเป็นความรู้สึกอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจแฝงไว้ด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง จนยากแก่การอธิบาย ในพจนานุกรมศัพท์จิตเวชเองก็ไม่ได้ให้คำนิยามไว้ แต่อธิบายว่าคำที่มีความหมายใกล้เคียงที่สุดที่น่าจะเป็น "ความชื่นชมยินดี (Pleasure)" เวลาที่เรารู้สึกว่ารักใครเรามักมีความชื่นชมยินดีในบุคคลนั้น หรือชื่นชมยินดีที่ได้พบ และอยู่ใกล้ชิดบุคคลนั้น John Lee เขียนไว้ในหนังสือของเขาชื่อ The colors of love ว่าความรักมีอยู่ 6 ชนิดด้วยกัน
ความรักมีอยู่ 6 ชนิดEros เป็นความรักที่มีความใคร่ และปรารถนาจะรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง เกี่ยวกับบุคคลที่รัก รวมทั้งประสบการณ์กับบุคคลที่รักอย่างสมบูรณ์  Mania เป็นความคลั่งไคล้หลงใหลและเรียกร้องหาบุคคลที่รัก ถ้าผิดหวัง มักวิตกกังวลและปวดร้าว  Ludis เป็นความรักที่มีอัตตาสูง มองความรักเป็นเสมือนเกมที่ต้องเอาชนะ  Storage เป็นความรักฉันท์เพื่อน พบได้ในหมู่เพื่อนสนิท  Agape เป็นความรักที่มีแต่ความอดทนให้อภัยและการให้  Pragma เป็นความรักที่มีเหตุผลซึ่งเกิดขึ้นหลังจากมีการ ไตร่ตรองแล้ว
การเกิดความรักมีปัจจัยหลายอย่างเกี่ยวข้อง ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งคือความใกล้ชิด (Proximity) คนเราโดยทั่วไปมักมีโอกาสรักคนใกล้ชิดมากกว่าบุคคลที่อยู่ห่างไกล ซึ่งตรงกับคำกล่าวที่ว่า "ไกลตัวก็ไกลใจ" ในวงราชการและสถานที่ทำงานใด ๆ เราจะเห็นความจริงข้อนี้ได้ชัดเจนว่า คนที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน แต่อยู่ไกลตัวผู้บังคับบัญชา มักได้รับการพิจารณาความดี ความชอบ น้อยกว่าคนใกล้ชิด ซึ่งบางคนแทบจะไม่ได้ทำงานราชการอะไรเลย นอกจากเป็น ผู้รับใช้ส่วนตัวเท่านั้น
เด็กเล็ก ๆ ยังไม่รู้เดียงสา ไม่สามารถแยกแยะความรู้สึกที่เป็นนามธรรมได้ แต่ก็ยังสามารถบอกได้ว่ามีความรักต่อแม่และบุคคลใกล้ชิด ซึ่งให้การดูแลอุ้มชู ความรักของเด็กเป็นแบบง่าย ๆ และปนเปกับความรู้สึกต้องการพึ่งพิง (Dependency) ต่อบุคคลที่รักนั้น
เมื่อเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น ความรักเริ่มมีความสัมพันธ์กับเรื่องเพศ ซึ่งโดยทั่วไป จะมีความสนใจ รักใคร่เพศตรงข้าม มีบางส่วนที่มีการเรียนรู้มาไม่ค่อยถูกต้อง ทำให้ความสนใจมาอยู่ที่ เพศเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า "รักร่วมเพศ (Homosexuality)" คล้ายกับการเล็งเป้าหมายผิด แล้วโดนล็อคไว้อย่างนั้น
ความรักของวัยรุ่นโดยมากยังไม่ใช่ความรักที่จริงจังนัก แต่เป็นไปตามอารมณ์ ที่แปรเปลี่ยนได้ง่าย จึงมักเรียกว่า ความรักแบบลูกสุนัข หรือ Puppy love ปัจจัยหนึ่งที่เป็นสิ่งดึงดูดความสนใจรักใคร่จากบุคคลอื่น ได้แก่ "รูปสมบัติ" ความสวยงามของรูปร่างหน้าตาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนเริ่มสนใจและมีแนวโน้ม จะเกิดความรักได้ง่าย ทั้งนี้เพราะความสวยเป็นสิ่งที่เจริญหูเจริญตาแก่ผู้พบเห็น ใครได้ควงคู่หรือแต่งงานด้วยก็มักมีความภาคภูมิใจ นอกจากนั้นความสวยความหล่อ ยังถูกนำไปโยงเข้ากับ "ความดี" ซึ่งความจริงแล้วไม่มีความสัมพันธ์กันเลย
คนจำนวนมากมีความโน้มเอียงที่จะเชี่อว่าคนที่สวยหรือหล่อที่พบเห็นนั้นเป็นคนดีเทพนิยายที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็กก็มีแต่เรื่องของเจ้าชายรูปงามกับเจ้าหญิงแสนสวย ที่เป็นคนใจดีทั้งนั้น แต่ในชีวิตจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น คนหลายคนจึงถูกหลอกได้ง่ายเพราะหลงใหลในรูปสมบัติคนอื่น
คุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจก็คือ "ความคล้ายคลึงกับตนเอง" ในสังคมโดยคนที่มีความคล้ายกันในด้านเชื้อชาติ, ศาสนา, วัฒนธรรม, การศึกษา, เศรษฐกิจ, ค่านิยม, ความสนใจ ก็มักเข้าพวกกันได้ง่ายหรือคบหาสมาคมกันมากกว่า คนที่แตกต่างกัน มาก ๆ จึงพบว่าคนรวยแต่งงานกับคนรวย คนอาชีพเดียวกันหรือใกล้เคียงกันแต่งงานกัน มากกว่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย อีกประการหนึ่งการเลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมือนตนเอง ก็เป็นการแสดงว่าพอใจ ในคุณลักษณะที่มีอยู่หรือเห็นว่าตนเองนั้นดีอยู่แล้ว อย่างน้อยคนที่เหมือนกับเรา ก็เข้ากับเราได้ดีกว่าคนอื่น
มีบางคนที่มีความสนใจในคนที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากตนเอง เพราะเชื่อว่าสามารถ เข้าคู่กันได้ คนที่ชอบแบบนี้ อาจมีความต้องการ อยากมี หรืออยากเป็น อย่างคนที่ตนเลือกนั้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ คนจนที่พยายามแต่งงานกับคนรวย หรือคนขี้เหร่ที่พยายามแสวงหาคู่ ที่สวยงาม
ความรักระหว่างเพศตรงข้ามซึ่งนำไปสู่การแต่งงาน เรียกว่า Passionate love ความรักชนิดนี้มักมีความร้อนแรงในอารมณ์ มีความสุขและความเจ็บปวดแฝงอยู่ เป็นความรักที่มีความคาดหวังจะได้รับการตอบสนองสูง หากสมหวังก็มีความสุข หากผิดหวังก็มีความทุกข์ คนที่กำลังมีความรักแบบนี้มักมีความวิตกกังวลกลัวผิดหวัง และมักตาบอดในการรับรู้คุณสมบัติที่ไม่ดีของคนรัก
นักทฤษฎีส่วนน้อยเชื่อว่า แท้จริงแล้วความรักมักแฝงไว้ด้วยความก้าวร้าว และความต้องการทำลายอยู่เสมอ และหากเชื่อว่าไม่มีความรู้สึกนี้แล้ว จะไม่มีความตื่นเต้นในเรื่องเพศและทำให้เกิดความเบื่อหน่ายเมินเฉย บางคนจึงกล่าวว่าสิ่งที่ตรงข้ามกับความรักไม่ใช่ความเกลียด แต่เป็นความเฉยเมย
ปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้คนเกิดความรักได้มากขึ้น คือ ภาวะตื่นเต้นหรือเสี่ยงอัตราย จากการศึกษาพบว่า คนที่พบกันในภาวะที่ตื่นเต้นหรือเสี่ยงภัย จะเกิดความสนใจ และรักกันได้มากกว่าคนที่พบกันในยามปกติ
การวิจัยพบว่าปัจจัยหลายอย่างที่เป็นตัวกระตุ้นให้มีความรักความใคร่ได้ง่ายขึ้น เช่น ความวิตกกังวล, ความกลัว, ความหึงหวง, ความเหงา, ความโกรธ หรือแม้แต่ ความเศร้าโศก
มีคำกล่าวอยู่ว่าความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความรักของแม่ที่มีต่อลูก เพราะเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข (Unconditional love) ไม่ว่าลูกจะดีจะเลวอย่างไรแม่ก็ยังรักลูกอยู่เสมอ คำกล่าวนี้น่าจะเป็นจริงโดยส่วนใหญ่ แต่ก็พบบางที่แม่บางคนไม่รักลูกก็มี เคยมีความเชื่อว่าความรักของแม่ที่มีต่อลูก เกิดจากสัญชาตญาณหรือฮอร์โมน แต่ปัจจุบันนี้เลิกเชื่อกันแล้ว
คนเราทุกคนที่มิได้มีจิตใจผิดปกติ สามารถมีความรักได้ทั้งต่อคน, สัตว์และสิ่งของ เริ่มตั้งแต่รักตัวเอง, แม่พ่อ, ญาติสนิทมิตรสหาย, เพื่อนร่วมงาน, เพื่อนร่วมชาติ และเพื่อนร่วมโลก ตลอดไปจนรักสัตว์, รักสิ่งแวดล้อมและรักโลก
ความรักที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต้องเป็นความรักที่มีเหตุผล ไม่ใช่ความหลงใหล (Infatuation) ต้องไม่เป็นไปตามอารมณ์ชั่ววูบแต่เกิดจากความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น และได้ผ่านการพิจารณาไตร่ตรองแล้วว่ามีเหตุผลสมควรรัก
ความผิดหวังและเรื่องเศร้าที่เกิดขึ้นจากความรักที่ไม่เหมาะสมมักเกิดขึ้น เพราะการใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล และเกี่ยวข้องกับความไม่มีวุฒิภาวะของคน
การมีความรักเป็นสิ่งที่ดี แต่จะรักใครชอบใครต้องมีเหตุผลด้วยจึงจะเสริมสุขภาพจิต ไปรักคนผิดยิ่งคิดยิ่งกลุ้มนะครับ

วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความรักมักมีความชอบเป็นพื้นฐาน

ด้วยเหตุนี้ คุณผู้อ่านสงสัยไหมว่า ทำไมใครๆ ถึงชื่นชอบผู้หญิงกันนัก หรือ A Few Reasons Why Guys Like Girls บอกไว้ดังนี้
1. เพราะผู้หญิงมักกลิ่นหอมเสมอ แม้กลิ่นนั้นจะมาจากแชมพูสระผมเพียงอย่างเดียวก็เถอะ
2. ผู้หญิงน่ารักจะตาย เมื่อยามเธอหลับไหล
3. พวกเธอใช้เวลาไปกับการแต่งตัวนานนับชั่วโมง แต่ก็คุ้มกับการรอคอย
4. พวกเธอมักดูดี ไม่ว่าจะสวมใส่ เสื้อผ้าชุดไหน
5. วิธีที่พวกเธอบรรจงจูบคนรัก แล้วทันใดนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกก็กลายเป็น ความสดใส
6. พวกเธอน่ารักชะมัด แม้ในยามกินซึ่งไม่ต้องการเหลืออะไร ไว้เผื่อใคร
7. ผู้หญิงทำให้สวีทฮาร์ทของพวกเธออบอุ่น ยามตระกองกอดเธอไว้ในวงแขน
8. พวกเธอน่ารัก แม้ยามโมโหโกรธา ทำหน้ายักษ์เข้าใส่
9. วิธีที่เธอบอกว่า ฉันคิดถึงคุณ สามารถทำให้ใครสักคนเป็นคนพิเศษขึ้นมาทันควัน
10. รอยยิ้มของเธอ ละลายหัวใจของผู้พบเห็น จนทำให้หยุดมองไปยังเธอไม่ได้

กระนั้นเพื่อความเท่าเทียม ขอเขียนถึงท็อป เซเว่น หรือ สาเหตุ 7 ประการที่ทำให้ ผู้ชายถูกหลงรักบ้างแล้วกัน ว่ากันว่า สิ่งที่ ทำให้พวกเขาน่ารักขึ้นมาได้ ก็อยู่ตรงที่
1. ให้สัมผัสที่อ่อนโยน ไม่กระโชกโฮกฮาก หรือหยาบกระด้างเข้าใส่
2. กอดและจุมพิตอย่างนุ่มนวลราวกับฝ่ายตรงข้ามเป็นนางฟ้ามาจุติ
3. ชอบทำให้ผู้หญิงเซอร์ไพรส์ ด้วยการกระทำที่พวกเธอไม่คาดคิด เช่น ชวนกันไปทำอะไรบ้าบอคอแตก เพราะผู้ชายไม่ใส่ใจกับสังคม หรือคนรอบข้างเท่าไหร่นัก
4. เมื่อเขาดูเป็นคนซื่อๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมและไม่รอบจัด
5. เป็นได้ทั้งเพื่อน, พี่และญาติผู้ใหญ่ในคราวเดียวกัน
6. ใจกว้างกับอดีตรักของฝ่ายตรงข้าม เพราะใครๆ ก็มีสมการ 3 ส่วน อันได้แก่ อดีต-ปัจจุบัน และอนาคตด้วยกันทั้งนั้น ถ้าอดีตจบไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่
7. มีสัญชาตญาณของการพิทักษ์และปกป้อง

เมื่อเล่าเรื่องความดีงาม ชวนฝันของผู้ตกอยู่ใน ห้วงรัก ให้อ่านแล้ว อยากเขียนถึง เหวลึก ด้านมืดของปุถุชนกันบ้าง
ปัญหาของคนรักกันมันอยู่ตรงนี้ไงท่าน ตรงที่ ถ้าหากคนที่เรารักไม่ได้ดี... เลิศประเสริฐศรีอย่างที่เราตั้งความหวังหรือคิดไว้ล่ะ คุณจะยังรักหรือทิ้งเขาไปเสียเลย ...ดีนะ
แต่ขอบอกก่อนว่า หากคุณกำลังมองหาคนที่สมบูรณ์แบบอยู่ละก็ ตอบได้เลยว่า ไม่มีคนนั้นอยู่ในโลกนี้หรอก ตื่นได้แล้ว บางครั้งคุณอาจเจอคนแบบ เฮ้อ...ดีไปซะทุกอย่าง...แต่...
·       ซกมก สกปรกเป็นที่สุด
อย่างนี้ ถ้าจะไปด้วยกันได้ ทั้งสองฝ่ายต้องปรับตัวเข้าหากัน เช่น สกปรกตามเขาไปด้วย หรือไม่ก็สกปรกให้มากกว่าไปเลย แบบนี้ อาจกระตุ้นให้เขารักสะอาดขึ้นมาก็ได้
·       น่าเบื่อเหลือเกิน
ถ้ามองในแง่ดีเข้าไว้ คนน่าเบื่อก็ดีไปอย่างนะ อย่างน้อยคุณก็เชื่อมั่นได้ว่าเขาจะไม่ผีเข้าผีออก บุคลิกไม่หลุกหลิกและไม่ เจ้าชู้ประตูดิน อยากจะไปสีหรือไปหลีใคร ก็ยากที่จะมีใครสน ยกเว้นแต่คนชอบของแปลก
·       ขี้เหนียวเป็นกะละแม
รายนี้ควรคู่กับยอดนักช็อป เพราะความสุดขั้วของทั้งคู่จะได้ถ่วงดุลกันไว้ แบบหยินหยางไงล่ะ แล้วจะหาว่าคุย รักกับคนขี้เหนียวก็ดีไปอย่าง เพราะมีแววว่าอนาคตจะรวย
แต่หากในชั่วชีวิตที่รักกัน เขาตระหนี่จนแทบรับไม่ไหว ก็อย่าเพิ่งตีตัวออกห่าง คิดให้ไกลเข้าไว้ก่อน เพราะถ้าวันใดเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมา ก็ถึงคราที่คุณจะได้ผลาญเงิน เพื่อขจัดความกดดันที่มีอยู่เสียที

ความรักคือ การยอมรับข้อเสียของอีกฝ่ายให้ได้ หากรับไม่ได้ ย่อมไม่เรียกว่าเป็นคู่รัก